วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่กระผมได้พาหมอบคู่กายมาทำงานข้ามเขาป่าตอง  และวันนี้ก็เป็นวันที่มีรถบนถนนมากพอสมควร ผมปั่นเลย  4 แยกไปแดงตรงปั้มน้ำมันประมาณ 800 เมตรก็ถึงสนามแข็งรถเล็ก แต่ช่วงนี้จะมีเนินทักทายพอเหงื่อซิบๆเบาๆ เมื่อลงเนินปล่อยให้รถไหลมาก็ถึง แฟมิลี่มาทส์ แล้วงัย!!!!ปลดเกียร์สิครับ ตรงจุดนี้พึงระวังจอมย้อนศร พุ่งมาเป็นระยะเพราะข้างในเป็นหมู่บ้านและเคมส์คนงานพม่า ผิวถนนบริเวณนี้คลุกคลักและมีเศษแก้ว น๊อต แหวนหล่นบนผิวถนนเกลื่อน สายตาต้องสอดส่อง หลบให้ว่องไวครับ รถทางด้านหลังก็ทะยอยขึ้นมาไม่ขาดสาย ขอต้องพึ่งหลวงปู่หลวงพ่อกันละครับ เสียงลมหายใจเริ่มแรงขึ้นใครเรียกก็ไม่ทักกันแระคับเวลานี้ เมื่อผ่านโค้งเจอร้านขายของชำ แต่กลับมีสุนัขสีขาวเบ่อเร่อมาทักทายสิครับ ขนฟูสิครับสเต๊ปขาเริ่มเสียจังหวะกันละครับ เมื่อเลยร้านของชำก็มาถึงเนินแรกความลาดชันก็ 45 องศาครับ หัวใจเริ่มเต้นแรงคับ ขาก็ต้องควงรอบหนักเข้าสิครับ ผิวถนนเริ่มคลุกคละจากเศษปูนที่ร่วงมา ถึงตรงนี้ตูดเริ่มโด่งแล้วครับ เศษแหวน น๊อต เหรียญบาท เหรียญ 5 บาทก็ตกอยู่บนถนน แต่จอดเก็ษไม่ได้ครับช่วงนี้ เพราะทั้งรถตู้ คุณชัยวัฒน์ ก็ดันตามหลังมาติดๆครับ เมื่อใกล้ถึงยอดเนินก็ต้องยืนโยกล๊ะครับ แถมมีล้อฟรีเพราะหินที่ลอย ช่วงนี้ระยะมีล้มและมีเหยียบแน่ครับ เมื่อผ่านเนินก็ถึงป้ายใหญ่ๆเป็นสัญลักษณ์ทางเข้าป่าตอง เส้นทางตรงจะเป็นเนินยาวทอดไปถึงศาลเจ้าครับ ความหนักของเนินก็ประมาณ 60% ก็ต้องอึดอีกรอบครับจึงถึงจุดสูงสุด คราวนี้ก็รอจังหวะรถเว้นระยะ พอสมควรแล้วพุ่งหลาว ลมเย็นฉ่ำเลยล๊ะครับ แต่มืออย่าห่างเบรคครับแตะชลอเป็นระยะๆ เมื่อถึงขาลงช่วงบ้านไทยก็ปั่นส่งหนักๆน้ำรถก็จะส่งไปถึงยอดพอดีครับ เมื่อยกหน้าก็จะเห็นทะเลป่าตองพร้อมตึกตั้งสง่าอยู่เบื้องหน้าท่าน อย่าลืมเลี้ยวนะครับเพราะมันอาจจะทำให้ท่านตีลังกา รูดไปกับสังกสีที่กั้นได้อาจหมดสนุกกันเลยครับ ลงเนินช้าๆมือแตะเบรคน๊ะครับ เพราะจะมีจราจรชื่อนฤเทพ ยืนโบกรถให้จอดท่านอาจเสียหลักพุ่งสวมกอดเอาท่านอาจเป็นข่าวอื่นได้ครับ
    วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อนครับคราวหน้จะมา Review ตอน..เมื่อหมอบชนรถขนคนงานพม่าครับ
        ....supoj  zajiw